ทำไมเราต้องแก่ลง?
การทำงานของต่อมไร้ท่อและอวัยวะต่างๆของมนุษย์จะค่อยๆลดลงขณะที่เราอายุมากขึ้น พร้อมๆกับอาการที่บ่งบอกถึงความชราภาพของเรา อาทิ สมรรถภาพที่ถดถอย อารมณ์หงุดหงิดง่าย ผิวพรรณเหี่ยวย่น ขณะที่ HGH ลดลง จะเร่งให้กระบวนการแก่ตัวของร่างการเกิดเร็วขึ้น เห็นได้ชัดว่า HGH สำคัญมากต่อสุขภาพพลานามัยของคนชรา (HGH: Human Growth Hormone เป็นฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตที่หลั่งจากต่อมใต้สมองของมนุษย์)
. ฟีนิลคีโตนูเรีย คือโรคอะไร ?
ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria หรือ Phenylpyruvic oligophrenia) เป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางเมแทบอลิซึมของร่างกาย โรคนี้ถ่ายทอดทางโครโมโซมทั่วไป (autosome) ซึ่งไม่ใช่โครโมโซมเพศ ควบคุมด้วยยีนลักษณะด้อย โดยโครโมโซมดังกล่าวมีความบกพร่องของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Phenylalanine hydroxylase ผู้ที่เป็นโรคนี้จึงไม่สามารถสร้างเอนไซม์ดังกล่าวได้ มีผลให้ไม่สามารถย่อยสลาย กรดอะมิโน phenylalanine ไปเป็น tyrosine เหมือนคนปกติ จึงเกิดภาวะ phenylalaine สะสมในเลือดมากผิดปกติ และมี phenylpyruvic acid และกรดอินทรีย์อื่นปนในปัสสาวะ รวมทั้งอาการโลหิตเป็นพิษด้วย
ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวมักมีภาวะปัญญาอ่อนด้วย ผู้ป่วยโรคนี้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป ไม่เฉพาะ แอสปาร์แตม
จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าคนไทยเป็นโรคนี้น้อยมาก ไม่ถึง 1 ในประชากร 100,000 คน
โรคฟีนิลคีโตนูเรียมักพบได้บ่อยในคนผิวขาว อุบัติการณ์ประมาณ 1 ต่อ 1 หมื่นในคนผิวขาว ประเทศไทยพบน้อยประมาณ 1 ต่อ 2 แสน ปีหนึ่งพบทารกแรกเกิดเป็นโรคนี้ประมาณ 4 ราย หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษา ทารกจะมีพัฒนาการช้า ปัญญาอ่อนขั้นรุนแรง แต่ในปัจจุบันทารกแรกเกิดในประเทศไทยกว่า 95% ได้รับการตรวจกรองทารกแรกเกิด สำหรับโรคฟีนิลคีโตนูเรีย และภาวะไทรอยด์ต่ำแต่กำเนิด โดยทางโรงพยาบาลจะทำการเก็บตัวอย่างเลือดด้วยการเจาะส้นเท้าของทารกหยดลงบนกระดาษซับกรอง และส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีนี้ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว
การเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจมักจะรู้ผลอย่างช้าที่สุดภายใน 1 เดือน หากพบว่าฟีนิลอะลานีนในเลือดมีค่าเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย โดยในคนปกติ ระดับของสารฟีนิลอะลานีนจะต่ำกว่า 2 มิลลิ กรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ในรายที่เป็นโรคไม่รุนแรง ระดับของสารฟีนิลอะลานีนอาจจะมีค่าต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยอาจจะอยู่ที่ 5 หรือ 10 หรือ 12 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะทำให้ระดับไอคิวต่ำกว่าคนปกติ อะไรคือสาเหตุของความชรา?
ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวมักมีภาวะปัญญาอ่อนด้วย ผู้ป่วยโรคนี้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป ไม่เฉพาะ แอสปาร์แตม
จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าคนไทยเป็นโรคนี้น้อยมาก ไม่ถึง 1 ในประชากร 100,000 คน
โรคฟีนิลคีโตนูเรียมักพบได้บ่อยในคนผิวขาว อุบัติการณ์ประมาณ 1 ต่อ 1 หมื่นในคนผิวขาว ประเทศไทยพบน้อยประมาณ 1 ต่อ 2 แสน ปีหนึ่งพบทารกแรกเกิดเป็นโรคนี้ประมาณ 4 ราย หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษา ทารกจะมีพัฒนาการช้า ปัญญาอ่อนขั้นรุนแรง แต่ในปัจจุบันทารกแรกเกิดในประเทศไทยกว่า 95% ได้รับการตรวจกรองทารกแรกเกิด สำหรับโรคฟีนิลคีโตนูเรีย และภาวะไทรอยด์ต่ำแต่กำเนิด โดยทางโรงพยาบาลจะทำการเก็บตัวอย่างเลือดด้วยการเจาะส้นเท้าของทารกหยดลงบนกระดาษซับกรอง และส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีนี้ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว
การที่ระบบต่อมไร้ท่อทำงานลดลงมีผลต่อการลดลงของระดับสารเคมีในร่างกายมนุษย์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมใต้สมอง Pituitary Grand) การลดลงของฮอร์โมนสำคัญๆ ในร่างกายเป็นสาเหตุหลักของความชรา ยังมีผลทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกเสื่อมลง ไขมันสะสมมากขึ้น การทำงานของสมองด้อยลงและเกิดอาการของโรคชราตามมา
อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ HGH ในร่างกายลดลง ?
มันเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการแก่ตัวของร่างกาย!
ระดับของ HGH ในช่วงอายุต่างๆ
ก่อนอายุ 30 ต่อมใต้สมองจะหลั่ง HGH เป็นจำนวนมากในปริมาณที่สัมพันธ์กับการเจริญเติบโตในวัยต่างๆของมนุษย์ ปริมาณ HGH จะสูงขึ้นขณะเราอยู่ในครรภ์มารดา และจะลดลงในวัยเด็ก แล้วกลับเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น (การหลั่งฮอร์โมนจะมากขณะเราหลับ นี่คือสาเหตุที่วัยรุ่นนอนมากกว่าวัยอื่น บางคนยังเชื่อด้วยว่าวัยรุ่นจะยืดตัวหรือเจริญเติบโตขณะนอนหลับ!)
HGH จะลดลงเมื่ออายุ 30 ปี ขึ้นไป ระดับจะเหลือเพียง 40% ของอายุ 20 ปี และจะลดฮวบจนน่าตกใจ ในบางคนแทบจะไม่มี HGH หลั่งออกมาเลย เมื่อขาด HGH การทำงานของอวัยวะต่างๆ จะลดลง อาการของโรคชราและโรคอื่นๆ จะเกิดขึ้น
อะไรเป็นสาเหตุอื่นที่ทำให้เราแก่ ?
นิสัยหรือพฤติการที่แย่ๆ บางอย่าง เป็นปัจจัยหลักที่เร่งกระบวนการแก่ตัว
ตามข้อความต่อไปนี้ "คุณกินอะไร คุณก็จะเป็นเช่นนั้น คุณประพฤติตัวเช่นไร คุณก็จะได้รับเช่นนั้น"
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระบวนการแก่ชราคือ :
• กินและดื่มมากเกินไป
• ขาดการออกกำลังกาย
• ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
• การใช้ยาที่ไม่เหมาะสม
• ความเครียด
• การสูบบุหรี่
• มีปัญหาทางสุขภาพจิต. ควรจะทำอย่างไรดีเพื่อชะลอความแก่ ?
ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีการค้นพบวิธีการรักษาโรคและตัวยาใหม่ๆ เพื่อป้องกันหรือชะลอความแก่ การชะลอความแก่ที่ได้ผลที่สุดคือ การใช้ชีวิตอย่างมีสุขอนามัยที่ดี และการใช้ยาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย
แพทย์ที่พยายามชะลอความแก่เชื่อว่า อายุที่เราคิดว่าน่าจะเป็น จะไม่ตรงกับอายุจริง นั่นแสดงว่า คนเรามักจะแก่ก่อนวัย การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า โรคชราเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายกว่าโรคอื่น และเราสามารถฟื้นความเป็นหนุ่มสาวได้ ข้อเท็จจริง :
มีรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 28,000 ชิ้น ระบุถึงผลของ GH (Growth Hormone)
มีการศึกษาในมนุษย์หลายพันรายและมีการวิจัยที่สนับสนุนถึงการใช้ GH(Growth Hormone) ในการฟื้นฟูความเป็นหนุ่มสาว
วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ รายงานว่า “ ผลจากการใช้ HGH ติดต่อกัน 6 เดือน สามารถชะลอความแก่ได้ 10-20 ปี โดยสังเกตจากเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้น และไขมันที่ลดลง “ กรกฎาคม 1990 การวิจัยสรุปได้ว่า GH มีความปลอดภัยสูงในการใช้ เพราะได้ผ่านการตรวจและวัดผลทางการแพทย์ในมาตรฐานเดียวกับยารักษาโรคทั่วไป ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไบโอสเปรย์คืออะไร และมาจากที่ไหน ?
ไบโอสเปรย์เป็นสารธรรมชาติ 100% จากสหรัฐอเมริกา ผ่านการพัฒนาและวิจัยมานานปี เป็นอาหารเสริม HGH ที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดในท้องตลาด ทำงานโดยช่วยให้ร่างกายหลั่ง HGH ได้ด้วยตนเอง
ไบโอสเปรย์ประกอบด้วยสารอาหารที่อยู่ในรูปโมเลกุลอิสระพร้อมที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและทนต่อความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ผ่านระบบไหลเวียนโลหิตและไปสู่อวัยวะเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไบโอสเปรย์จะกระตุ้นให้มีการหลั่ง HGH และการสร้าง IGF-1 ทั้งชายและหญิง
ไบโอสเปรย์ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง ในกระบวนการที่เรียกว่า “ ผสมผสาน ” เราจัดอัตราส่วนอันเหมาะสมของสารอาหารเพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุด . จะรู้ได้อย่างไรว่าขาด HGHเมื่อเราอายุมากขึ้น HGH จะลดลง จะสังเกตได้จากผิวที่เหี่ยวแห้ง และขาดความชุ่มชื้น กล้ามเนื้อลีบเล็กลง ไขมันสะสมมากขึ้น น้ำหนักลดยาก อวัยวะบางอย่างฝ่อลง เล็บและผมงอกช้า พลังงานลดลง อารมณ์ และสมรรถภาพทางเพศลดลง สุขภาพเสื่อมถดถอย นี่เป็นสัญญาณของความชรา หากคุณอายุเกิน 30 ปี คุณจะเริ่มมีสัญญาณอันใดอันหนึ่งทั้งร่างกายและจิตใจ ข่าวดีก็คือแม้ว่าคุณจะหลีกเลี่ยงการมีอายุมากขึ้นไม่ได้ แต่ใช่ว่าคุณจะหลีกเลี่ยงความชราไม่ได้ ด้วยการใช้ไบโอสเปรย์ คุณจะพบกับความมหัศจรรย์ในการพื้นฟูความเป็นหนุ่มสาวภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน . HGH ออกฤทธิ์อย่างไรต่อร่างกาย ?เนื่องจาก HGH ในร่างกายจะหลั่งเมื่อเราหลับสนิทหรือระหว่างมื้อตอนท้องว่าง ฮอร์โมนตัวนี้จะถูกพาไปที่ตับ และถูกเปลี่ยนเป็นสารที่ช่วยชะลอแก่และฟื้นฟูเวลล์ต่างๆเช่น เนื้อเยื่อ กระดูก ประสาท ผิวหนังและกล้ามเนื้อ เพื่อซ่อมแซมและสร้างเซลส์ใหม่ ถ้า HGH ต่ำ การเสริมสร้างจะด้อยลง
จะได้รับประโยชน์อะไรต่อสุขภาพหากกระตุ้นการสังเคราะห์ GH
มีการศึกษามากกว่า 28,000 รายทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของ HGH ดังนี้ :
• 8.8% มีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นภายใน 6 เดือน โดยไม่ต้องออกกำลังกาย
• 14.4% ไขมันลดลงภายใน 6 เดือนโดยไม่ได้ควบคุมอาหาร
• เพิ่มพลังงาน เสริมสมรรถภาพทางเพศ
• ช่วยให้อวัยวะที่ฝ่อตามอายุขยายตังกลับคืนขนาดเดิมได้
• การทำงานของไตดีขึ้น
• ลดความดัน ควบคุมระดับโคเลสเตอรอล โดยมีไขมันดีมากขึ้น ไขมันเลวลดลง
• กระดูกแข็งแรงขึ้น ผิวพรรณแน่น ยืดหยุ่น เต่งตึงขึ้น
• แผลหายเร็วขึ้น
• ผมงอกขึ้นใหม่ เสริมระบบภูมิต้านทาน
• ขจัดรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาและเซลลูไลท์
• สายตาดีขึ้น อารมย์ดีขึ้น ความจำดีขึ้น จะเห็นผลได้เร็วเพียงใด ?
ภายในไม่กี่สัปดาห์ คุณจะรู้สึกถึงสุขภาพพลานามัยที่ดีขึ้น พลังงานทีมีมากขึ้น สมาธิและการนอนหลับที่สนิทมากขึ้น และคุณจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณ ไขมันลดลง และกล้ามเนื้อตึงตัวขึ้น การแก่ตัวใช้เวลาหลายปี ฉะนั้นการฟื้นตัวก็ควรใช้เวลาสักระยะหนึ่งเช่นกัน อย่างน้อยผลของ HGH จะเห็นได้ภายใน 6 เดือน ควรจะใช้ในปริมาณมากน้อยเพียงใดและมีข้อแนะนำประการใด ?
3-5 สเปรย์ตต่อครั้ง เพื่อผลสูงสุด ควรใช้ขณะท้องว่าง ก่อนนอน หรือก่อนออกกำลังกาย GH จะหลั่งได้ดีเมื่อมีน้ำตาลหรือกรดไขมันอิสระในเลือดต่ำ กรดอะมิโนเหล่านี้จะออกฤทธิ์ได้ดีเมื่อท้องว่าง การใช้ก่อนนอนจะดีที่สุด เพื่อเลียนแแบบการหลั่ง GH ตามธรรมชาติ เพราะเกิดหลังจากหลับสนิท ภายใน 90 นาที . ไบโอสเปรย์ปลอดภัยเพียงใด ? มีผลข้างเคียงประการใดบ้าง ?
ไบโอสเปรย์ประกอบขึ้นจากสารธรรมชาติ 100% สกัดจากโปรตีนจากพืช ประกอบด้วยกรดอะมิโนอิสระ L-Arginine L-Ornithine Lysine Glutamine และสารสกัดโคลอสทรัม (Colostrum) ของ IGF-1 และ IGF-2 โดยได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยและรับรองว่าไม่มีผลข้างเคียงโดย สถาบันวิจัย Samm (Skim Akreditasi Makmal Malaysia). ไบโอสเปรย์ได้รับอนุณาตจากสำนักงานอาหารและยาหรือไม่ ?
มี Biospray PLUS เลขที่ : 10-3-00847-1-001
Biospray เลขที่ : 10-3-00847-1-002 . อายุใดสมควรเริ่มใช้ไบโอสเปรย์ได้ ? ใครไม่สมควรใช้บ้าง ?เมื่อคุณรู้สึกว่าสมควรจะฟื้นฟูความเป็นหนุ่มสาว เมื่อนั้นคุณสมควรเริ่มใช้ อาหารเสริมชะลอความแก่ได้ อายุประมาณปลาย 20 ถึง 30 เด็กๆไม่ควรใช้เพราะยังสามารถผลิต GH ได้ อย่างไรก็ตาม เด็กที่มีปัญหาการเจริญเติบโตช้าอาจใช้ HGH ได้ สตรีมีครรภ์และให้นมลูกไม่ควรใช้ . ถ้าหยุดใช้ไบโอสเปรย์จะเกิดอะไรบ้าง ?
ไบโอสเปรย์เป็นอาหารเสริมจากธรรมชาติ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆหลังจากใช้ ร่างกายคุณก็ยังคงสามารถผลิตและหลั่ง HGH ได้ดังเดิม แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้นการหลั่ง HGH จะลดลง คุณต้องใช้ไบโอสเปรย์เพื่อกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่ง HGH มากขึ้นเพื่อให้คุณเป็นหนุ่มสาวที่มีชีวิตชีวา ไบโอสเปรย์ และ ไบโอสเปรย์พลัส ต่างกันอย่างไร ?ไบโอสเปรย์ เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษที่ช่วยกระตุ้นต่อมพิทูอิตารี่ใต้สมองให้หลั่ง HGH อย่างเป็นธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายของเรา Bio Spray ประกอบด้วย ส่วนผสมของกรดอะมิโนที่ได้จากกรรมวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ และ IGF-1 ซึ่งสกัดมาจากหัวน้ำนม กรดอะมิโนที่ใช้มีสี่ชนิด ได้แก่ อาร์จินีน ออร์นิทีน กลูตามีน และ ไลซีน เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่บริสุทธิ์และปลอดภัย 100 % มั่นใจได้ว่าปราศจากผลข้างเคียง และให้ผลของ HGH ครบถ้วนทุกประการ
ส่วนไบโอสเปรย์พลัส นี้นมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับไบโอสเปรย์แต่ได้เพิ่มสารสกัดจากน้ำนมวัวจากแม่วัวที่แรกคลอดในระยะ 72 ชั่วโมงแรก จึงอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์ แร่ธาตุ และวิตามิน ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใสยิ่งขึ้นจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องเน้นเรื่องการบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันกับการชะลอความเหี่ยวย่นของผิว
หากเปรียบเที่ยบอัตราส่วนของกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมใต้สมองให้ผลิตโกรทฮอร์โมนเพิ่มขึ้นแล้วนั้น ในไบโอสเปรย์จะมีปริมาณมากกว่าในไบโอสเปรย์พลัส จึงเหมาะแก่ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพและชะลอความชราโดยเฉพาะ. ฟีนิลคีโตนูเรีย คือโรคอะไร ?
ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria หรือ Phenylpyruvic oligophrenia) เป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางเมแทบอลิซึมของร่างกาย โรคนี้ถ่ายทอดทางโครโมโซมทั่วไป (autosome) ซึ่งไม่ใช่โครโมโซมเพศ ควบคุมด้วยยีนลักษณะด้อย โดยโครโมโซมดังกล่าวมีความบกพร่องของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Phenylalanine hydroxylase ผู้ที่เป็นโรคนี้จึงไม่สามารถสร้างเอนไซม์ดังกล่าวได้ มีผลให้ไม่สามารถย่อยสลาย กรดอะมิโน phenylalanine ไปเป็น tyrosine เหมือนคนปกติ จึงเกิดภาวะ phenylalaine สะสมในเลือดมากผิดปกติ และมี phenylpyruvic acid และกรดอินทรีย์อื่นปนในปัสสาวะ รวมทั้งอาการโลหิตเป็นพิษด้วย
ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวมักมีภาวะปัญญาอ่อนด้วย ผู้ป่วยโรคนี้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป ไม่เฉพาะ แอสปาร์แตม
จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าคนไทยเป็นโรคนี้น้อยมาก ไม่ถึง 1 ในประชากร 100,000 คน
โรคฟีนิลคีโตนูเรียมักพบได้บ่อยในคนผิวขาว อุบัติการณ์ประมาณ 1 ต่อ 1 หมื่นในคนผิวขาว ประเทศไทยพบน้อยประมาณ 1 ต่อ 2 แสน ปีหนึ่งพบทารกแรกเกิดเป็นโรคนี้ประมาณ 4 ราย หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษา ทารกจะมีพัฒนาการช้า ปัญญาอ่อนขั้นรุนแรง แต่ในปัจจุบันทารกแรกเกิดในประเทศไทยกว่า 95% ได้รับการตรวจกรองทารกแรกเกิด สำหรับโรคฟีนิลคีโตนูเรีย และภาวะไทรอยด์ต่ำแต่กำเนิด โดยทางโรงพยาบาลจะทำการเก็บตัวอย่างเลือดด้วยการเจาะส้นเท้าของทารกหยดลงบนกระดาษซับกรอง และส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีนี้ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว
การเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจมักจะรู้ผลอย่างช้าที่สุดภายใน 1 เดือน หากพบว่าฟีนิลอะลานีนในเลือดมีค่าเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย โดยในคนปกติ ระดับของสารฟีนิลอะลานีนจะต่ำกว่า 2 มิลลิ กรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ในรายที่เป็นโรคไม่รุนแรง ระดับของสารฟีนิลอะลานีนอาจจะมีค่าต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยอาจจะอยู่ที่ 5 หรือ 10 หรือ 12 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะทำให้ระดับไอคิวต่ำกว่าคนปกติ
ตามข้อความต่อไปนี้ "คุณกินอะไร คุณก็จะเป็นเช่นนั้น คุณประพฤติตัวเช่นไร คุณก็จะได้รับเช่นนั้น"
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระบวนการแก่ชราคือ :
• กินและดื่มมากเกินไป
• ขาดการออกกำลังกาย
• ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
• การใช้ยาที่ไม่เหมาะสม
• ความเครียด
• การสูบบุหรี่
• มีปัญหาทางสุขภาพจิต
. ควรจะทำอย่างไรดีเพื่อชะลอความแก่ ?
ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีการค้นพบวิธีการรักษาโรคและตัวยาใหม่ๆ เพื่อป้องกันหรือชะลอความแก่ การชะลอความแก่ที่ได้ผลที่สุดคือ การใช้ชีวิตอย่างมีสุขอนามัยที่ดี และการใช้ยาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย
แพทย์ที่พยายามชะลอความแก่เชื่อว่า อายุที่เราคิดว่าน่าจะเป็น จะไม่ตรงกับอายุจริง นั่นแสดงว่า คนเรามักจะแก่ก่อนวัย การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า โรคชราเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายกว่าโรคอื่น และเราสามารถฟื้นความเป็นหนุ่มสาวได้ ข้อเท็จจริง :
มีรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 28,000 ชิ้น ระบุถึงผลของ GH (Growth Hormone)
มีการศึกษาในมนุษย์หลายพันรายและมีการวิจัยที่สนับสนุนถึงการใช้ GH(Growth Hormone) ในการฟื้นฟูความเป็นหนุ่มสาว
วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ รายงานว่า “ ผลจากการใช้ HGH ติดต่อกัน 6 เดือน สามารถชะลอความแก่ได้ 10-20 ปี โดยสังเกตจากเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้น และไขมันที่ลดลง “ กรกฎาคม 1990 การวิจัยสรุปได้ว่า GH มีความปลอดภัยสูงในการใช้ เพราะได้ผ่านการตรวจและวัดผลทางการแพทย์ในมาตรฐานเดียวกับยารักษาโรคทั่วไป
แพทย์ที่พยายามชะลอความแก่เชื่อว่า อายุที่เราคิดว่าน่าจะเป็น จะไม่ตรงกับอายุจริง นั่นแสดงว่า คนเรามักจะแก่ก่อนวัย การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า โรคชราเป็นโรคที่รักษาได้ง่ายกว่าโรคอื่น และเราสามารถฟื้นความเป็นหนุ่มสาวได้ ข้อเท็จจริง :
มีรายงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 28,000 ชิ้น ระบุถึงผลของ GH (Growth Hormone)
มีการศึกษาในมนุษย์หลายพันรายและมีการวิจัยที่สนับสนุนถึงการใช้ GH(Growth Hormone) ในการฟื้นฟูความเป็นหนุ่มสาว
วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ รายงานว่า “ ผลจากการใช้ HGH ติดต่อกัน 6 เดือน สามารถชะลอความแก่ได้ 10-20 ปี โดยสังเกตจากเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้น และไขมันที่ลดลง “ กรกฎาคม 1990 การวิจัยสรุปได้ว่า GH มีความปลอดภัยสูงในการใช้ เพราะได้ผ่านการตรวจและวัดผลทางการแพทย์ในมาตรฐานเดียวกับยารักษาโรคทั่วไป
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไบโอสเปรย์คืออะไร และมาจากที่ไหน ?
ไบโอสเปรย์เป็นสารธรรมชาติ 100% จากสหรัฐอเมริกา ผ่านการพัฒนาและวิจัยมานานปี เป็นอาหารเสริม HGH ที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดในท้องตลาด ทำงานโดยช่วยให้ร่างกายหลั่ง HGH ได้ด้วยตนเอง
ไบโอสเปรย์ประกอบด้วยสารอาหารที่อยู่ในรูปโมเลกุลอิสระพร้อมที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและทนต่อความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ผ่านระบบไหลเวียนโลหิตและไปสู่อวัยวะเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไบโอสเปรย์จะกระตุ้นให้มีการหลั่ง HGH และการสร้าง IGF-1 ทั้งชายและหญิง
ไบโอสเปรย์ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง ในกระบวนการที่เรียกว่า “ ผสมผสาน ” เราจัดอัตราส่วนอันเหมาะสมของสารอาหารเพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุด
ไบโอสเปรย์ประกอบด้วยสารอาหารที่อยู่ในรูปโมเลกุลอิสระพร้อมที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและทนต่อความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ผ่านระบบไหลเวียนโลหิตและไปสู่อวัยวะเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไบโอสเปรย์จะกระตุ้นให้มีการหลั่ง HGH และการสร้าง IGF-1 ทั้งชายและหญิง
ไบโอสเปรย์ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง ในกระบวนการที่เรียกว่า “ ผสมผสาน ” เราจัดอัตราส่วนอันเหมาะสมของสารอาหารเพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุด
. จะรู้ได้อย่างไรว่าขาด HGHเมื่อเราอายุมากขึ้น HGH จะลดลง จะสังเกตได้จากผิวที่เหี่ยวแห้ง และขาดความชุ่มชื้น กล้ามเนื้อลีบเล็กลง ไขมันสะสมมากขึ้น น้ำหนักลดยาก อวัยวะบางอย่างฝ่อลง เล็บและผมงอกช้า พลังงานลดลง อารมณ์ และสมรรถภาพทางเพศลดลง สุขภาพเสื่อมถดถอย นี่เป็นสัญญาณของความชรา หากคุณอายุเกิน 30 ปี คุณจะเริ่มมีสัญญาณอันใดอันหนึ่งทั้งร่างกายและจิตใจ ข่าวดีก็คือแม้ว่าคุณจะหลีกเลี่ยงการมีอายุมากขึ้นไม่ได้ แต่ใช่ว่าคุณจะหลีกเลี่ยงความชราไม่ได้ ด้วยการใช้ไบโอสเปรย์ คุณจะพบกับความมหัศจรรย์ในการพื้นฟูความเป็นหนุ่มสาวภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
. HGH ออกฤทธิ์อย่างไรต่อร่างกาย ?
เนื่องจาก HGH ในร่างกายจะหลั่งเมื่อเราหลับสนิทหรือระหว่างมื้อตอนท้องว่าง ฮอร์โมนตัวนี้จะถูกพาไปที่ตับ และถูกเปลี่ยนเป็นสารที่ช่วยชะลอแก่และฟื้นฟูเวลล์ต่างๆเช่น เนื้อเยื่อ กระดูก ประสาท ผิวหนังและกล้ามเนื้อ เพื่อซ่อมแซมและสร้างเซลส์ใหม่ ถ้า HGH ต่ำ การเสริมสร้างจะด้อยลง
จะได้รับประโยชน์อะไรต่อสุขภาพหากกระตุ้นการสังเคราะห์ GH
มีการศึกษามากกว่า 28,000 รายทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของ HGH ดังนี้ :
• 8.8% มีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นภายใน 6 เดือน โดยไม่ต้องออกกำลังกาย
• 14.4% ไขมันลดลงภายใน 6 เดือนโดยไม่ได้ควบคุมอาหาร
• เพิ่มพลังงาน เสริมสมรรถภาพทางเพศ
• ช่วยให้อวัยวะที่ฝ่อตามอายุขยายตังกลับคืนขนาดเดิมได้
• การทำงานของไตดีขึ้น
• ลดความดัน ควบคุมระดับโคเลสเตอรอล โดยมีไขมันดีมากขึ้น ไขมันเลวลดลง
• กระดูกแข็งแรงขึ้น ผิวพรรณแน่น ยืดหยุ่น เต่งตึงขึ้น
• แผลหายเร็วขึ้น
• ผมงอกขึ้นใหม่ เสริมระบบภูมิต้านทาน
• ขจัดรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาและเซลลูไลท์
• สายตาดีขึ้น อารมย์ดีขึ้น ความจำดีขึ้น
จะได้รับประโยชน์อะไรต่อสุขภาพหากกระตุ้นการสังเคราะห์ GH
มีการศึกษามากกว่า 28,000 รายทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของ HGH ดังนี้ :
• 8.8% มีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นภายใน 6 เดือน โดยไม่ต้องออกกำลังกาย
• 14.4% ไขมันลดลงภายใน 6 เดือนโดยไม่ได้ควบคุมอาหาร
• เพิ่มพลังงาน เสริมสมรรถภาพทางเพศ
• ช่วยให้อวัยวะที่ฝ่อตามอายุขยายตังกลับคืนขนาดเดิมได้
• การทำงานของไตดีขึ้น
• ลดความดัน ควบคุมระดับโคเลสเตอรอล โดยมีไขมันดีมากขึ้น ไขมันเลวลดลง
• กระดูกแข็งแรงขึ้น ผิวพรรณแน่น ยืดหยุ่น เต่งตึงขึ้น
• แผลหายเร็วขึ้น
• ผมงอกขึ้นใหม่ เสริมระบบภูมิต้านทาน
• ขจัดรอยเหี่ยวย่น รอยตีนกาและเซลลูไลท์
• สายตาดีขึ้น อารมย์ดีขึ้น ความจำดีขึ้น
จะเห็นผลได้เร็วเพียงใด ?
ภายในไม่กี่สัปดาห์ คุณจะรู้สึกถึงสุขภาพพลานามัยที่ดีขึ้น พลังงานทีมีมากขึ้น สมาธิและการนอนหลับที่สนิทมากขึ้น และคุณจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณ ไขมันลดลง และกล้ามเนื้อตึงตัวขึ้น การแก่ตัวใช้เวลาหลายปี ฉะนั้นการฟื้นตัวก็ควรใช้เวลาสักระยะหนึ่งเช่นกัน อย่างน้อยผลของ HGH จะเห็นได้ภายใน 6 เดือน
ควรจะใช้ในปริมาณมากน้อยเพียงใดและมีข้อแนะนำประการใด ?
3-5 สเปรย์ตต่อครั้ง เพื่อผลสูงสุด ควรใช้ขณะท้องว่าง ก่อนนอน หรือก่อนออกกำลังกาย GH จะหลั่งได้ดีเมื่อมีน้ำตาลหรือกรดไขมันอิสระในเลือดต่ำ กรดอะมิโนเหล่านี้จะออกฤทธิ์ได้ดีเมื่อท้องว่าง การใช้ก่อนนอนจะดีที่สุด เพื่อเลียนแแบบการหลั่ง GH ตามธรรมชาติ เพราะเกิดหลังจากหลับสนิท ภายใน 90 นาที
. ไบโอสเปรย์ปลอดภัยเพียงใด ? มีผลข้างเคียงประการใดบ้าง ?
ไบโอสเปรย์ประกอบขึ้นจากสารธรรมชาติ 100% สกัดจากโปรตีนจากพืช ประกอบด้วยกรดอะมิโนอิสระ L-Arginine L-Ornithine Lysine Glutamine และสารสกัดโคลอสทรัม (Colostrum) ของ IGF-1 และ IGF-2 โดยได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยและรับรองว่าไม่มีผลข้างเคียงโดย สถาบันวิจัย Samm (Skim Akreditasi Makmal Malaysia)
. ไบโอสเปรย์ได้รับอนุณาตจากสำนักงานอาหารและยาหรือไม่ ?
มี Biospray PLUS เลขที่ : 10-3-00847-1-001
Biospray เลขที่ : 10-3-00847-1-002
Biospray เลขที่ : 10-3-00847-1-002
. อายุใดสมควรเริ่มใช้ไบโอสเปรย์ได้ ? ใครไม่สมควรใช้บ้าง ?
เมื่อคุณรู้สึกว่าสมควรจะฟื้นฟูความเป็นหนุ่มสาว เมื่อนั้นคุณสมควรเริ่มใช้ อาหารเสริมชะลอความแก่ได้ อายุประมาณปลาย 20 ถึง 30 เด็กๆไม่ควรใช้เพราะยังสามารถผลิต GH ได้ อย่างไรก็ตาม เด็กที่มีปัญหาการเจริญเติบโตช้าอาจใช้ HGH ได้ สตรีมีครรภ์และให้นมลูกไม่ควรใช้
. ถ้าหยุดใช้ไบโอสเปรย์จะเกิดอะไรบ้าง ?
ไบโอสเปรย์เป็นอาหารเสริมจากธรรมชาติ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆหลังจากใช้ ร่างกายคุณก็ยังคงสามารถผลิตและหลั่ง HGH ได้ดังเดิม แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้นการหลั่ง HGH จะลดลง คุณต้องใช้ไบโอสเปรย์เพื่อกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่ง HGH มากขึ้นเพื่อให้คุณเป็นหนุ่มสาวที่มีชีวิตชีวา
ไบโอสเปรย์ และ ไบโอสเปรย์พลัส ต่างกันอย่างไร ?
ไบโอสเปรย์ เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษที่ช่วยกระตุ้นต่อมพิทูอิตารี่ใต้สมองให้หลั่ง HGH อย่างเป็นธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายของเรา Bio Spray ประกอบด้วย ส่วนผสมของกรดอะมิโนที่ได้จากกรรมวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพ และ IGF-1 ซึ่งสกัดมาจากหัวน้ำนม กรดอะมิโนที่ใช้มีสี่ชนิด ได้แก่ อาร์จินีน ออร์นิทีน กลูตามีน และ ไลซีน เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่บริสุทธิ์และปลอดภัย 100 % มั่นใจได้ว่าปราศจากผลข้างเคียง และให้ผลของ HGH ครบถ้วนทุกประการ
ส่วนไบโอสเปรย์พลัส นี้นมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับไบโอสเปรย์แต่ได้เพิ่มสารสกัดจากน้ำนมวัวจากแม่วัวที่แรกคลอดในระยะ 72 ชั่วโมงแรก จึงอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์ แร่ธาตุ และวิตามิน ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใสยิ่งขึ้นจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องเน้นเรื่องการบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันกับการชะลอความเหี่ยวย่นของผิว
หากเปรียบเที่ยบอัตราส่วนของกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมใต้สมองให้ผลิตโกรทฮอร์โมนเพิ่มขึ้นแล้วนั้น ในไบโอสเปรย์จะมีปริมาณมากกว่าในไบโอสเปรย์พลัส จึงเหมาะแก่ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพและชะลอความชราโดยเฉพาะ
ส่วนไบโอสเปรย์พลัส นี้นมีส่วนประกอบเช่นเดียวกับไบโอสเปรย์แต่ได้เพิ่มสารสกัดจากน้ำนมวัวจากแม่วัวที่แรกคลอดในระยะ 72 ชั่วโมงแรก จึงอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์ แร่ธาตุ และวิตามิน ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใสยิ่งขึ้นจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องเน้นเรื่องการบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันกับการชะลอความเหี่ยวย่นของผิว
หากเปรียบเที่ยบอัตราส่วนของกรดอะมิโนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมใต้สมองให้ผลิตโกรทฮอร์โมนเพิ่มขึ้นแล้วนั้น ในไบโอสเปรย์จะมีปริมาณมากกว่าในไบโอสเปรย์พลัส จึงเหมาะแก่ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพและชะลอความชราโดยเฉพาะ
. ฟีนิลคีโตนูเรีย คือโรคอะไร ?
ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria หรือ Phenylpyruvic oligophrenia) เป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางเมแทบอลิซึมของร่างกาย โรคนี้ถ่ายทอดทางโครโมโซมทั่วไป (autosome) ซึ่งไม่ใช่โครโมโซมเพศ ควบคุมด้วยยีนลักษณะด้อย โดยโครโมโซมดังกล่าวมีความบกพร่องของยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Phenylalanine hydroxylase ผู้ที่เป็นโรคนี้จึงไม่สามารถสร้างเอนไซม์ดังกล่าวได้ มีผลให้ไม่สามารถย่อยสลาย กรดอะมิโน phenylalanine ไปเป็น tyrosine เหมือนคนปกติ จึงเกิดภาวะ phenylalaine สะสมในเลือดมากผิดปกติ และมี phenylpyruvic acid และกรดอินทรีย์อื่นปนในปัสสาวะ รวมทั้งอาการโลหิตเป็นพิษด้วย
ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวมักมีภาวะปัญญาอ่อนด้วย ผู้ป่วยโรคนี้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป ไม่เฉพาะ แอสปาร์แตม
จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าคนไทยเป็นโรคนี้น้อยมาก ไม่ถึง 1 ในประชากร 100,000 คน
โรคฟีนิลคีโตนูเรียมักพบได้บ่อยในคนผิวขาว อุบัติการณ์ประมาณ 1 ต่อ 1 หมื่นในคนผิวขาว ประเทศไทยพบน้อยประมาณ 1 ต่อ 2 แสน ปีหนึ่งพบทารกแรกเกิดเป็นโรคนี้ประมาณ 4 ราย หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษา ทารกจะมีพัฒนาการช้า ปัญญาอ่อนขั้นรุนแรง แต่ในปัจจุบันทารกแรกเกิดในประเทศไทยกว่า 95% ได้รับการตรวจกรองทารกแรกเกิด สำหรับโรคฟีนิลคีโตนูเรีย และภาวะไทรอยด์ต่ำแต่กำเนิด โดยทางโรงพยาบาลจะทำการเก็บตัวอย่างเลือดด้วยการเจาะส้นเท้าของทารกหยดลงบนกระดาษซับกรอง และส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีนี้ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว
การเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจมักจะรู้ผลอย่างช้าที่สุดภายใน 1 เดือน หากพบว่าฟีนิลอะลานีนในเลือดมีค่าเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย โดยในคนปกติ ระดับของสารฟีนิลอะลานีนจะต่ำกว่า 2 มิลลิ กรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ในรายที่เป็นโรคไม่รุนแรง ระดับของสารฟีนิลอะลานีนอาจจะมีค่าต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยอาจจะอยู่ที่ 5 หรือ 10 หรือ 12 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะทำให้ระดับไอคิวต่ำกว่าคนปกติ
ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวมักมีภาวะปัญญาอ่อนด้วย ผู้ป่วยโรคนี้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนคนทั่วไป ไม่เฉพาะ แอสปาร์แตม
จากการสำรวจของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าคนไทยเป็นโรคนี้น้อยมาก ไม่ถึง 1 ในประชากร 100,000 คน
โรคฟีนิลคีโตนูเรียมักพบได้บ่อยในคนผิวขาว อุบัติการณ์ประมาณ 1 ต่อ 1 หมื่นในคนผิวขาว ประเทศไทยพบน้อยประมาณ 1 ต่อ 2 แสน ปีหนึ่งพบทารกแรกเกิดเป็นโรคนี้ประมาณ 4 ราย หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษา ทารกจะมีพัฒนาการช้า ปัญญาอ่อนขั้นรุนแรง แต่ในปัจจุบันทารกแรกเกิดในประเทศไทยกว่า 95% ได้รับการตรวจกรองทารกแรกเกิด สำหรับโรคฟีนิลคีโตนูเรีย และภาวะไทรอยด์ต่ำแต่กำเนิด โดยทางโรงพยาบาลจะทำการเก็บตัวอย่างเลือดด้วยการเจาะส้นเท้าของทารกหยดลงบนกระดาษซับกรอง และส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการตรวจคัดกรองด้วยวิธีนี้ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว
การเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจมักจะรู้ผลอย่างช้าที่สุดภายใน 1 เดือน หากพบว่าฟีนิลอะลานีนในเลือดมีค่าเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย โดยในคนปกติ ระดับของสารฟีนิลอะลานีนจะต่ำกว่า 2 มิลลิ กรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ในรายที่เป็นโรคไม่รุนแรง ระดับของสารฟีนิลอะลานีนอาจจะมีค่าต่ำกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยอาจจะอยู่ที่ 5 หรือ 10 หรือ 12 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะทำให้ระดับไอคิวต่ำกว่าคนปกติ

